รีวิวหนัง Dream House

Dream House เรื่องราวของคนเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ วิล เอนเททัน ที่พึ่งขออำลาออกจากงานเพื่อมาอยู่กับครอบครัวสุดที่รักของเขา ที่บ้านข้างหลังใหม่ กับเมียสุดงามอย่าง ลิบตาบี้ รวมทั้งลูกอีก ที่พวกมีความรู้สึกว่าจะเริ่มชีวิตข้างหลังใหม่ที่บ้านนี้ได้อย่างเงียบๆสุข และก็ มีความอบอุ่นในครอบครัว กระทั่งพวกเขาดันได้ไปได้ยินเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในบ้านข้างหลังนี้ ซึ่งเคยมีการฆาตเกลื่อนกลาดรมชูบ้านมาก่อน โดยผู้ก่อเรื่องนั้นเป็นหนุ่มที่ชื่อ ปีเตอร์ วอร์ด ที่ได้กำเนิดคลุ้มคลั่งแล้วก็ฆ่าครอบครัวของเขาทิ้งซะหมด แล้วก็ภายหลัง วิล รวมทั้ง ลิบลิ่วบี้ ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ได้เริ่มมีเรื่องมีราวแปลกตามมา จนกระทั่งพวกเขาจะต้องแสวงหาว่า วอร์ด นั้นอยู่ไหน

Dream House กำกับการแสดงโดยผู้กำกับรางวัลออสการ์อย่าง Jim Sheridan ที่เมื่อ ปีกลายเลยนำพาเอา Tobey Maguire ไปเข้าชิงรางวัลนำชายที่งานลูกโลกทอง ได้ กับหนังก็จัดว่าได้รับคำชมเชยจำนวนมากพอควร (แม้กระนั้นส่วนตัวผมนั้นค่อนข้างจะเฉยๆอย่างกับว่าเป็นหนังขายการแสดงซะมากยิ่งกว่าเรื่องราวแม้กระนั้นเมื่อมาโอกาสนี้ไม่รู้เรื่องผู้กำกับคิดต้องการจะแปลงแนวหรือยังยังไง ถึงได้เลือกมาทำหนังแนวดราม่า ตื่นเต้นอย่าง Dream House ที่ภายหลังเปิดตัวฉายในอเมริกาก็โดนนักวิพากษ์วิจารณ์สับกันเหลวทีเดียว (รวมทั้งส่วนนึงที่โดนสับก็คือแบบอย่างหนัง ที่มิได้ให้ความน่าดึงดูดใจแก่ผู้ชม แถมยังสปอยล์เรื่องราวกระทั่งเกือบจะหมด ถ้าเกิดคนไหนคิดจะดูหนังหัวข้อนี้ชี้แนะอย่าดูตัวโดยเด็ดขาดแต่ยังไงก็ตาม Dream House เริ่มด้วยความพองแล้วก็จบลงแบบไปผิด

ซึ่งหากแม้จะเป็นอย่างนั้น แม้กระนั้นสำหรับจุดเด่นใน Dream House ที่นับว่าถูกใจสูงที่สุดเป็นด้านของ จิตวิทยา หรือด้านของการเล่นกับจิตใจมนุษย์ในหนังประเด็นนี้ของ วิล เอนเททัน ที่หนังใส่เนื้อความแอบกัดจิกผู้ชมของหัวข้อการปฏิบัติดี ทำบาป หากแม้จะไม่มีผู้ใดมองเห็นก็ตาม แต่ว่าที่รู้แก่ใจแน่นอนเป็น จิตใจ ของพวกเรา ที่ในด้านนี้นับว่ายังทำออกมาได้ดิบได้ดีแล้วก็มีข้อให้ดูอยู่บ้าง (ที่คนใดกันแน่ดูตัวอย่างก็อาจทราบดีว่าคืออะไร ด้วยเหตุนี้ผมจะไม่ขอเล่ามากมาย เนื่องจากยังมิได้มองเห็นแบบอย่างจะได้มองสนุกสนานกับการแสดงของคู่ ผัว เมีย (และก็ในชีวิตจริงของ แดเนียลเคร็ก และก็ เรเชล ไวซ์ ที่นับว่าเล่นกันเป็นธรรมชาติได้กำลังพอดี

โดยยิ่งไปกว่านั้นด้านของพ่อ แดเนียล เคร็ก ที่นับว่าแสดงได้อินกับบทเด็กหนุ่มหวานใจครอบครัว(มากเกินความจำเป็นได้อินมากมายอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่เว้นเสียแต่ด้านของจิตใจมนุษย์ ที่หนังจับมาเล่นแล้วพร้อมทั้งการแสดงของ ผัว เมีย ที่ดูแล้วน่ารัก กันเอง Dream House ก็ไม่มีอะไรพิเศษไปๆมาๆกกว่านี้แล้ว เริ่มจากการที่ แบบอย่างหนังเล่นเปิดเผยจุดหักมุมที่สุดของหนังก็ว่าได้ ก็เลยทำให้ครึ่งแรกของหนังนั้นมองพองไปบ้าง เนื่องจากผู้ที่เคยดูตัวอย่างรวมทั้งทำนองว่าเมื่อไรใกล้จะถึงฉากที่เฉลยคำตอบในแบบอย่าง’ ด้วยเหตุว่าเมื่อแบบอย่างเล่นเฉลยคำตอบนั้น ก็เลยทำให้ฉากการค้นหาข้อเท็จจริงของคู่พระนางดูแล้วมันออกแนวไม่มีสาระ รวมทั้งทำให้ดูเหมือนกับว่าผู้แสดงกำลังทำสิ่งที่ผู้ชมนั้นได้ทราบมาก่อนอยู่แล้ว โดยเหตุนี้ถ้าเกิดให้บอกจริงๆเป็น ตัวหนังนั้นไม่ผิดมันไม่ถูกที่มือตัดต่อแบบอย่าง ที่เลือกที่จะเอาจุดหักมุมที่สุดของหนังมาใส่ไว้ภายในแบบอย่าง กับการที่ผู้กำกับเล่นหลอกผู้ชมเอาเต็มอีกทั้งโปสเตอร์ แล้วก็สไตล์ของแบบอย่างหนัง ที่มีความคิดว่าหนังจะเป็นหนังแนวค้นหาความเป็นจริง คละเคล้า สยดสยอง ทั้งๆที่จริงแล้วหนังเรื่องมันเป็นหนังแนวดราม่าสอบสวน ที่มีเบื้องหลังเป็นบ้าเก่าๆเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้หากคนไหนกันแน่คิดต้องการจะดูหนังผีแบบตกใจ คงจะไม่ใช่หัวข้อนี้แน่นอน

สรุปแล้วทีนี้คือ Dream House มันเป็นหนังแนวดราม่า สอบสวน ที่มีเบื้องหลังคล้ายจะสยดสยองแม้กระนั้นสามารถเล่นเรื่องราวของจิตใจมนุษย์ได้ดิบได้ดี กับการแสดงที่จัดว่าอิน แต่ว่าปัญหาหลักเลยเป็นด้านของแบบอย่างหนังที่เล่นตัดต่อทำเอาหนังเสียหมด สรุปแล้วทีนี้คือนี้เป็นหนังที่เหมาะกับไม่เคยดูตัวอย่างเลยสักหน่อย