รีวิวหนัง Spy Kids : All The Time In The World in 4D

Spy Kids : All The Time In The World หรือในชื่อไทยว่า ซุปเปอร์กลุ่ม ระเบิดพลังทะลุหน้าจอเรื่องราวของม่าม้าเลี้ยงลูกสองอย่าง มาลิสซ่า ที่เมื่อเมื่อก่อนคุณได้เป็นยอดเยี่ยมสายที่หน่วยงานOSS ที่มีศัตรูนิรันดรอย่าง ติ๊กต๊อก โจรที่คิดจะลักขโมยเวลาของคนทั่วโลกด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกคนใช้เวลาได้ไม่คุ้มซะเลย เขาเลยคิดจะเอาเวลาทั้งปวงไปใช้เอง โดยอย่างเดียวที่จะหยุดมันได้เป็น หินยอดเยี่ยม ก้อนเล็กที่ได้ดันไปตกอยู่กับบุตรสาวของคุณอย่าง รีเบคก้า พร้อมทั้งน้องชายอย่าง ซีสิที่ทำให้พวกเขานั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น สาย รุ่นเล็กเพื่อเอาชีวิตรอดจาก ดร.ติ๊กต๊อก นี้ให้รวมทั้งคุ้มครองป้องกันโลกไว้ให้ได้

Spy Kids : All The Time In The World กำกับการแสดงโดยผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง Robert Rodriguez ที่ชื่นชอบอีกทั้งขาจรรวมทั้งขาโจ๋ภายหลังเคยควบคุมหนังคัลท์มาซะหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น El Maraichi หรือแม้กระทั้งหนังขาวดำอย่าง Sin City ก็เลยทำให้ชื่อของผู้กำกับคนนี้รู้จักกันดีสำหรับขาโจ๋ ซึ่งสำหรับ Spy Kids อีกทั้ง ภาคก็ได้ผลสำเร็จงานของเขาหมดเลยเช่นเดียวกันซึ่งผมก็ไม่ทราบแบบเดียวกันว่าผู้กำกับคิดยังไงถึงจะช่วยชีวิตหนังสายเด็ก ขึ้นมาอีก แทนที่จะเอาเวลาไปทำหนังอาร์ทอย่าง Sin City 2 ซะจะดียิ่งกว่า แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่สำหรับ Spy Kids 4 สิ่งแรกที่จำเป็นต้องกล่าวถึงเป็นลูกเล่นการสูดดม ของหนังที่มีการ์ดที่เรียกว่า Aroma-Scope แถมมาให้สูดดมด้วยด้วยเหมือนกัน ซึ่งสำหรับกลิ่นก็จะต้องเห็นด้วยว่าแรงและก็แจ่มแจ้งใช้ได้ แถมนับว่าเป็นสีสันให้กับหนังภาค ในระดับที่เพียงพอยอมรับได้บ้าง

เพียง ว่ามันค่อนข้างจะยุ่งยากไปนิดหน่อยที่จะมีเบอร์ขึ้นมาให้หนัง แล้วก็จำเป็นต้องมามองหาเลขที่จะเอานิ่วไปเช็ดสูดดมระหว่างความมืดดำในโรงภาพยนต์ และก็หนำซ้ำบางเบอร์ของหนังนั้น กลิ่นก็มิได้ตรงเสมอ โดยเบอร์ที่คิดออกชัดเลยนั้นเป็นเบอร์ ที่บนจอภาพยนตร์นั้นไม่มีฉากที่มีกลิ่นเลยสักหน่อย แม้กระนั้นก็ยังจะขึ้นเบอร์มาให้สูดดมกันซะงั้น ซึ่งหากโดยสรุปแล้วสำหรับลูกเล่นการสูดกลิ่นของหนังหัวข้อนี้ก็นับว่าสอบได้ ในระดับความเพลิดเพลินที่ต้องการให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับหนัง ซึ่งคนใดกันแน่มีลูกหลานก็พูดได้ว่าลูกเล่นนี้คงจะประทับใจเด็กไม่ใช่น้อย เมื่อทดลองย้อนกลับมาดูด้านของหนังนั้น ก็จัดว่า Spy Kids 4 กล่าวได้ว่าเป็นภาคที่ด้อยที่สุดก็ว่าได้เลยหละ

เพราะว่า ว่าด้านความเพลิดเพลินในภาคนี้พูดได้ว่าทำมาเพื่อเด็กโดยยิ่งไปกว่านั้น ไม่เหมือนกับภาค1-2-3 ที่ทำความสนุกสนานออกมาในระดับที่มองได้ทุกวัย โดยยิ่งไปกว่านั้นภาค รวมทั้งภาค ที่สามารถพูดได้ว่าเป็นหนังเด็กขวัญใจนักวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนึงเลยก็ได้ แต่ว่าเมื่อมาในภาค มันกลับมองน่าผิดหวังไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านมุขฮา หรือ ฉากแอ็คชั่น ที่สามารถพูดได้ว่าคนแก่ทั้งหลายแหล่ดูแล้วไม่ต้องสนุกสนานกันอย่างยิ่งจริงๆ เนื่องจากมุขฮา ก็ออกมาแนว ติ๊งต๊อง ซะเหลือเกินจนกระทั่งไม่น่าเชื่อว่านี้หรือเป็นหนังของผู้กำกับในดวงใจอย่าง Robert Rodriguez แล้วก็ในด้านของตัวร้ายของหนังอย่าง ดร.ติ๊กต๊อก ที่จำต้องพูดได้ว่าดีไซน์มาได้ราวกับพวกตัวร้ายในการ์ตู

ที่ฉาย ทางช่อง Cartoon Network อย่างไรแบบนั้นเนื่องจากว่ากล่าวได้ว่าเป็นตัวร้ายที่จะ ติ๊งต๊อง ก็ไม่แล้วแต่จะมองร้ายก็ไม่สุดเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้มันก็เลยออกมามองเป็น ตัวร้าย ที่กระจอกที่สุดในหนังเลยก็ว่าได้ กับฉากแอ็คชั่นต่างๆที่จะต้องเห็นด้วยว่าแม้ว่า Score ของหนังที่แต่งโดย Robert Rodriguez เองนั้นจะมองยิ่งใหญ่ รวมทั้ง สนุกขนาดไหน แม้กระนั้นฉากที่ออกมานั้นกลับไม่เข้ากันScore ของหนังเสียเลย และก็มิติของหนังที่เป็น 3D ก็พูดได้ว่าไม่ค่อยมีมิติมากมายสักเท่าไหร่นักหนังเล่นย้ำฉากทะลุหน้าจอจนถึงเกินจำเป็น อย่างเดียวซึ่งสามารถเรียกเข้าไปมองได้คงจะหนีไม่พ้นความสวยสดงดงามเช้งของศิลปินสาว Jessica Alba ผู้เดียวแค่นั้นล่ะ

โดยสรุปแล้วนั้นสำหรับ Spy Kids 4 ก็นับได้ว่าเป็นหนังสายเด็กที่มีลูกเล่นให้ดม ที่อยู่ในขั้นเพียงพอสนุกสนานใช้ได้ ซึ่งสำหรับผู้ใดที่มีลูกหลานอาจจะสนุกสนานกันน่าดู แต่ว่าเมื่อมองดูในด้านของหนังนั้น ก็นับว่าทำออกมาได้น่าผิดหวังในทุกด้าน เพราะเหตุว่าย้ำขายเด็กซะมากจนเกินไปจนกระทั่งลืมความสนุกสนานแบบที่ขายได้ทุกวัยในภาคแรก